ตอบสั้นๆ: ฟ้องชู้ได้ ถ้าท่านจดทะเบียนสมรสถูกต้อง และอีกฝ่ายล่วงเกินคู่สมรสของท่านไปในทำนองชู้ หรือแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับคู่สมรสของท่านในทำนองชู้ ไม่จำเป็นต้องหย่าก่อน และชู้จะเป็นเพศใดก็ฟ้องได้ แต่ต้องฟ้องภายในอายุความ 1 ปี บทความนี้รวมคำถามที่คนถามทนายบ่อยที่สุดเรื่องฟ้องชู้ พร้อมคำตอบตามกฎหมายและแนวคำพิพากษาศาลฎีกา
ฟ้องชู้ได้เมื่อไหร่
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสอง ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ให้คู่สมรสเรียกค่าทดแทนได้จาก 2 กรณี คือจาก ผู้ซึ่งล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งไปในทำนองชู้ หรือจาก ผู้ซึ่งแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งในทำนองชู้ สรุปเป็นองค์ประกอบสำคัญ 3 ข้อ
- จดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฎหมาย หากเป็นเพียงการอยู่กินกันโดยไม่จดทะเบียน จะใช้สิทธิตามมาตรานี้ไม่ได้
- อีกฝ่ายล่วงเกินในทำนองชู้ หรือแสดงความสัมพันธ์อย่างเปิดเผย กรณีแสดงอย่างเปิดเผย คือคนอื่นรู้เห็นได้ว่าทั้งสองคบหากันแบบคู่รัก เช่น ไปไหนมาไหนด้วยกัน โพสต์รูปคู่ หรือแนะนำตัวว่าเป็นแฟนกัน
- ท่านไม่ได้ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ มาตรา 1523 วรรคสาม บัญญัติว่าคู่สมรสที่ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ จะเรียกค่าทดแทนไม่ได้
ตัวบทฉบับปัจจุบันใช้คำว่า “คู่สมรส” และ “ผู้ซึ่ง” แทนการระบุเพศแบบเดิม สิทธินี้จึงไม่จำกัดเพศ ทั้งของคู่สมรสที่ฟ้องและของชู้ ข้อควรระวังคือคำพิพากษาฎีกาเก่าที่ตัดสินตามถ้อยคำฉบับเดิม ต้องอ่านโดยเทียบกับตัวบทปัจจุบันเสมอ
ไม่ต้องหย่าก่อนก็ฟ้องได้
หลายคนเข้าใจว่าต้องฟ้องหย่าก่อนจึงจะฟ้องชู้ได้ ความจริงคือฟ้องเรียกค่าทดแทนจากชู้ได้โดยยังเป็นคู่สมรสกันอยู่ ท่านจะหย่าหรือไม่หย่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ตัดสินใจแยกกันได้
ต้องมีหลักฐานอะไรบ้าง
หลักฐานต้องแสดงให้ศาลเห็นว่าอีกฝ่ายล่วงเกินคู่สมรสของท่านในทำนองชู้ หรือแสดงความสัมพันธ์อย่างเปิดเผย กรณีหลัง ตัวบทไม่ได้กำหนดว่าต้องพิสูจน์ถึงขั้นมีเพศสัมพันธ์ สิ่งสำคัญคือความสัมพันธ์นั้นคนอื่นรู้เห็นได้ หลักฐานที่ใช้บ่อย ได้แก่
- ทะเบียนสมรส
- รูปถ่ายหรือคลิปที่ทั้งสองไปไหนมาไหนด้วยกันในที่สาธารณะ หลายครั้ง หลายวัน หลายสถานที่
- โพสต์ รูปคู่ สถานะ หรือคอมเมนต์ในโซเชียลที่เปิดสาธารณะ
- แชตหรือข้อความที่ได้มาโดยชอบ
- พยานบุคคลที่เคยเห็นทั้งสองอยู่ด้วยกัน เช่น เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน ญาติ หรือลูกที่บรรลุนิติภาวะแล้ว
ตัวอย่างจากคดีจริง: ในคำพิพากษาฎีกาที่ 2590/2561 ศาลรับฟังข้อเท็จจริงว่ามีการล่วงเกินในทำนองชู้ จากหลักฐานหลายอย่างประกอบกัน ได้แก่ ข้อมูลการจองโรงแรมหลายครั้งที่ส่งถึงกันทางไลน์ ภาพถ่ายที่ทั้งสองโอบกอดใกล้ชิดกันซึ่งฝ่ายชายยอมรับว่าเป็นตนจริง และข้อความในไลน์กลุ่มครอบครัวที่ภริยาแจ้งว่ามีแฟนใหม่แล้ว ข้อมูลส่วนหนึ่งในคดีนั้นโจทก์พบจากคอมพิวเตอร์ที่บ้านและโทรศัพท์ของภริยา
คุณภาพของหลักฐานสำคัญกว่าวิธีสืบ: ในคำพิพากษาฎีกาที่ 4261/2560 โจทก์จ้างนักสืบ ติดตั้งเครื่องติดตามรถ และดักฟังโทรศัพท์ของสามี แต่ไม่มีภาพถ่ายหรือพยานที่เห็นเหตุการณ์ด้วยตนเอง ส่วนพยานที่เห็นเพียงว่าทั้งสองนั่งรถด้วยกันหรือเดินออกจากห้างด้วยกันไม่กี่ครั้ง ศาลเห็นว่ายังฟังไม่ได้ว่าอีกฝ่ายแสดงตนโดยเปิดเผย และยกฟ้อง
ข้อควรระวัง: วิธีได้มาซึ่งหลักฐานแต่ละแบบมีความเสี่ยงทางกฎหมายต่างกัน อย่าแอบเข้าโทรศัพท์ บัญชีเฟซบุ๊ก หรืออีเมลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเป็นความผิดตามกฎหมายคอมพิวเตอร์ และทำให้ท่านกลายเป็นฝ่ายถูกดำเนินคดีเสียเอง แคปหน้าจอโพสต์ที่เปิดสาธารณะไว้ให้เห็นชื่อบัญชีและวันที่ และยังไม่ควรบอกอีกฝ่ายว่าจะฟ้อง เพราะอาจลบหลักฐานทิ้ง
อายุความฟ้องชู้
ตามมาตรา 1529 สิทธิฟ้องระงับเมื่อพ้น 1 ปีนับแต่วันที่ผู้ฟ้องรู้หรือควรรู้ความจริงซึ่งตนอาจยกขึ้นกล่าวอ้าง ศาลฎีกาในคำพิพากษาฎีกาที่ 454/2533 วินิจฉัยว่า หากฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่วันที่รู้ คดีไม่ขาดอายุความ แม้เหตุจะเกิดมาก่อนหน้านั้นนานแล้วก็ตาม
ถ้ายังคบกันอยู่ต่อเนื่อง อายุความยังไม่ขาด คำพิพากษาฎีกาที่ 6804/2558 วินิจฉัยว่า อายุความ 1 ปีตามมาตรา 1529 หมายถึงกรณีที่เหตุนั้นไม่ได้เกิดขึ้นอีก หากอีกฝ่ายยังคงประพฤติเช่นนั้นต่อเนื่องหลังจากวันที่ท่านรู้เรื่อง สิทธิฟ้องยังไม่ระงับ คดีไม่ขาดอายุความ แต่ท่านต้องมีหลักฐานว่าพฤติการณ์ยังเกิดขึ้นจริงในช่วงหลัง จึงควรให้ทนายตรวจวันเวลาและหลักฐานก่อนตัดสินใจ
จากประสบการณ์ทนาย
หลายคนเข้าใจผิดใน 2 เรื่อง เรื่องแรกคือคิดว่าจะฟ้องชู้เมื่อไหร่ก็ได้ ความจริงคือมีอายุความ ถ้าปล่อยไว้นานเกินไป สิทธิฟ้องอาจหมดไปทั้งที่หลักฐานพร้อม อีกเรื่องคือเข้าใจว่าหย่าไปแล้วฟ้องชู้ไม่ได้ ความจริงคือสิทธิที่เกิดขึ้นระหว่างยังเป็นคู่สมรสไม่ได้หมดไปเพราะการหย่า ทั้งสองเรื่องนี้ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งรักษาสิทธิไว้ได้
ฟ้องชู้ได้เงินเท่าไหร่
กฎหมายไม่ได้กำหนดตัวเลขตายตัว ศาลจะกำหนดค่าทดแทนตามพฤติการณ์และความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ความเปิดเผยของความสัมพันธ์ ระยะเวลาที่คบหากัน ผลกระทบต่อชื่อเสียง จิตใจ และครอบครัว รวมถึงฐานะของคู่ความ ท่านตั้งเรียกเท่าไหร่ก็ได้ แต่ค่าขึ้นศาลคิดตามจำนวนเงินที่เรียก การตั้งตัวเลขที่สมเหตุสมผลจึงสำคัญ
ตัวอย่างจากคดีจริง ในคำพิพากษาฎีกาที่ 6383/2537 โจทก์เรียก 500,000 บาท ศาลให้ 100,000 บาท ส่วนคำพิพากษาฎีกาที่ 4130/2548 โจทก์เรียก 500,000 บาท ศาลอุทธรณ์ให้ 50,000 บาท และศาลฎีกาพิพากษายืน ตัวเลขที่ศาลให้จริงจึงมักต่างจากที่เรียกมาก ค่าทดแทนนี้รวมถึงความเสียหายต่อชื่อเสียงและเกียรติคุณของผู้ฟ้องด้วย ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 6383/2537 ซึ่งวินิจฉัยด้วยว่า กรณีนี้ต้องฟ้องตามมาตรา 1523 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเฉพาะ จะไปฟ้องเป็นละเมิดทั่วไปเพื่อเรียกค่าเสียหายรายเดือนจนกว่าจะเลิกคบกันไม่ได้
คำถามที่พบบ่อย
แยกกันอยู่ หรือกำลังฟ้องหย่ากันอยู่ ฟ้องชู้ได้ไหม
ได้ คำพิพากษาฎีกาที่ 4130/2548 วินิจฉัยว่า มาตรา 1523 วรรคสอง ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขว่าผู้ฟ้องต้องเกิดความเสียหายอย่างใด ต้องอยู่กินและอุปการะเลี้ยงดูกัน หรือต้องไม่มีคดีฟ้องหย่ากันอยู่ แม้แยกกันอยู่และมีคดีหย่ากันอยู่ ก็ยังฟ้องได้
ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ฟ้องชู้ได้ไหม
ไม่ได้ สิทธิเรียกค่าทดแทนจากชู้ตามมาตรา 1523 เป็นสิทธิของคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น
หย่าไปแล้ว ยังฟ้องชู้ได้ไหม
ได้ คำพิพากษาฎีกาที่ 2590/2561 วินิจฉัยว่า สิทธิเรียกค่าทดแทนเกิดขึ้นตั้งแต่ขณะที่มีการล่วงเกินในทำนองชู้ระหว่างที่ยังเป็นคู่สมรสกัน แม้ภายหลังจะจดทะเบียนหย่าแล้ว สิทธิฟ้องก็ไม่หมดไป คำพิพากษาฎีกาที่ 4261/2560 ก็วินิจฉัยในทำนองเดียวกันว่า ฟ้องตามมาตรา 1523 วรรคสองได้แม้จดทะเบียนหย่าแล้ว แต่ยังต้องฟ้องภายในอายุความ
จดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศ ถือเป็นคู่สมรสไหม
การสมรสที่ทำถูกต้องตามกฎหมายของประเทศที่จดทะเบียน เป็นการสมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 1459 วรรคหนึ่ง และแนวคำพิพากษาฎีกาที่ 6051/2540 จึงมีฐานะเป็นคู่สมรส ควรเตรียมทะเบียนสมรสฉบับต่างประเทศพร้อมคำแปลมาให้ทนายตรวจ
รูปถ่ายต้องมีแค่สองคนไหม ถ้ามีลูกอยู่ด้วยใช้ได้ไหม
ไม่จำเป็นต้องมีแค่สองคน สิ่งที่ศาลดูคือรูปแสดงให้เห็นหรือไม่ว่าทั้งสองไปไหนมาไหนด้วยกันแบบคู่รักและคนอื่นรู้เห็นได้ รูปหลายครั้ง หลายวัน หลายสถานที่ มีน้ำหนักกว่ารูปจำนวนมากจากวันเดียว
ลูกหรือญาติเป็นพยานได้ไหม
ได้ แต่หากมีพยานที่ไม่ใช่ญาติ เช่น เพื่อนบ้านหรือเพื่อนร่วมงาน มาเบิกความประกอบด้วย จะช่วยให้คำเบิกความน่าเชื่อถือขึ้น
ขอให้ศาลสั่งให้ชู้เลิกคบกับคู่สมรสได้ไหม
ไม่ได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยในคำพิพากษาฎีกาที่ 4014/2530 ว่าคำขอให้เลิกคบหากันเป็นคำขอที่ศาลบังคับให้ไม่ได้ สิ่งที่เรียกได้คือค่าทดแทน
ถูกฟ้องชู้ หรือได้รับหนังสือเตือน ต้องทำอย่างไร
อย่าเพิ่งตอบโต้ทางโซเชียลหรือทักไปหาอีกฝ่าย เพราะข้อความที่ส่งไปอาจกลายเป็นหลักฐานในคดี ประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งคือท่านรู้หรือไม่ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรสแล้ว คำพิพากษาฎีกาที่ 6804/2558 วางหลักว่าผู้ที่ล่วงเกินในทำนองชู้ต้องรู้ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรสแล้ว แต่ยังจงใจละเมิดสิทธิ จึงต้องรับผิด ควรให้ทนายตรวจหนังสือหรือคำฟ้องและข้อเท็จจริงก่อน เพื่อวางแนวทางต่อสู้หรือเจรจาให้เหมาะสม
กำลังคิดเรื่องฟ้องชู้ หรือถูกฟ้องชู้
สำนักกฎหมายเนติภักดิ์ ตรวจหลักฐาน คำนวณอายุความ และประเมินให้ตรงๆ ว่าคดีของท่านควรเดินต่อหรือไม่ ทนายความดูแลเอง รักษาความลับทุกขั้นตอน นัดหมายล่วงหน้า
ทักไลน์นัดปรึกษา · โทร 092-988-3505
ผู้เขียน: ทนายความเตชธรรม ทองแดง · เนติบัณฑิตไทย · สำนักกฎหมายเนติภักดิ์
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ควรปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการ



