เมื่อคนในครอบครัวเสียชีวิต ทรัพย์สินหลายอย่างยังอยู่ในชื่อผู้ตาย ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน บัญชีธนาคาร รถยนต์ หรือหุ้น ทายาทมักพบว่าธนาคารและสำนักงานที่ดินไม่ดำเนินการให้ จนกว่าจะมี คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก บทความนี้อธิบายว่าใครมีสิทธิ์ยื่น ขั้นตอนเป็นอย่างไร และต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
ผู้จัดการมรดกคือใคร ทำไมต้องขอให้ศาลตั้ง
ผู้จัดการมรดกคือผู้มีหน้าที่รวบรวมทรัพย์สินของผู้ตาย ชำระหนี้สินที่ค้างอยู่ และแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทตามกฎหมายหรือตามพินัยกรรม
ในทางปฏิบัติ หน่วยงานที่ถือทรัพย์สินของผู้ตาย เช่น ธนาคาร สำนักงานที่ดิน หรือกรมการขนส่งทางบก มักต้องการเห็นคำสั่งศาลก่อนดำเนินการโอนหรือปิดบัญชี เพื่อยืนยันว่าผู้มาติดต่อมีอำนาจจัดการทรัพย์มรดกจริง
ใครมีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 ผู้ที่ร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้ ได้แก่
- ทายาท เช่น บุตร คู่สมรส บิดามารดาของผู้ตาย
- ผู้มีส่วนได้เสีย เช่น ผู้ที่มีสิทธิเกี่ยวข้องกับทรัพย์มรดก
- พนักงานอัยการ
การร้องขอต้องมีเหตุตามที่กฎหมายกำหนด กรณีที่พบบ่อยที่สุดคือการจัดการมรดกมีเหตุขัดข้อง เช่น เจ้าพนักงานที่ดินหรือเจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่า ต้องให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกเสียก่อน จึงจะดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้ตายได้
ผู้ที่ศาลจะตั้งเป็นผู้จัดการมรดก ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 1718 ได้แก่ ผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ บุคคลวิกลจริตหรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ และบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนล้มละลาย
ขั้นตอนขอตั้งผู้จัดการมรดก 5 ขั้น
1. รวบรวมเอกสารและข้อมูลทายาท
ตรวจสอบว่าผู้ตายมีทายาทกี่คน ใครบ้าง และมีทรัพย์สินอะไรบ้าง ขั้นนี้สำคัญที่สุด เพราะเอกสารที่ไม่ครบเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เรื่องล่าช้า
2. ขอความยินยอมจากทายาทคนอื่น
หากทายาทคนอื่นเห็นด้วย ควรให้ลงลายมือชื่อในหนังสือให้ความยินยอม พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชน ซึ่งช่วยให้ศาลพิจารณาได้ราบรื่น
3. ยื่นคำร้องต่อศาล
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 จัตวา คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกต้องยื่นต่อศาลที่ผู้ตายมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลขณะถึงแก่ความตาย พร้อมเอกสารประกอบและบัญชีเครือญาติ
กรณีผู้ตายเป็นชาวต่างชาติ หรือไม่มีภูมิลำเนาในประเทศไทย เช่น คู่สมรสชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ต่างประเทศแต่มีที่ดิน บัญชีธนาคาร หรือทรัพย์สินอื่นในไทย ให้ยื่นต่อศาลที่ทรัพย์มรดกนั้นตั้งอยู่ในเขตศาล กรณีนี้มักมีเอกสารจากต่างประเทศที่ต้องแปลและรับรองเพิ่มเติม ควรให้ทนายตรวจรายการเอกสารก่อนเริ่ม
4. ศาลประกาศและนัดไต่สวน
ศาลจะประกาศเพื่อให้ผู้ที่อาจคัดค้านทราบ แล้วนัดไต่สวนคำร้อง ผู้ร้องต้องมาศาลเพื่อเบิกความยืนยันข้อเท็จจริง หากไม่มีผู้คัดค้าน การไต่สวนมักใช้เวลาไม่นาน
5. รับคำสั่งศาลและนำไปใช้
เมื่อศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก ให้ขอคัดสำเนาคำสั่งศาลและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด เพื่อนำไปติดต่อธนาคาร สำนักงานที่ดิน หรือหน่วยงานอื่นที่ถือทรัพย์สินของผู้ตาย หลังจากนั้นผู้จัดการมรดกยังมีหน้าที่ตามกฎหมายอีกหลายประการ อ่านต่อได้ที่ หน้าที่ของผู้จัดการมรดก: สิ่งที่ต้องทำหลังศาลมีคำสั่ง
เอกสารที่ต้องเตรียม
- มรณบัตรของผู้ตาย
- ทะเบียนบ้านของผู้ตายที่ประทับคำว่า “ตาย”
- บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ร้อง
- หลักฐานความเป็นทายาท เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร ทะเบียนรับรองบุตร
- สำเนาบัตรประชาชนของทายาททุกคน พร้อมหนังสือให้ความยินยอม
- พินัยกรรม (ถ้ามี)
- เอกสารทรัพย์สิน เช่น โฉนดที่ดิน สมุดบัญชีเงินฝาก ทะเบียนรถ ใบหุ้น
เอกสารที่ทนายจัดทำให้: บัญชีเครือญาติ คือแผนผังแสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ตายกับทายาททุกคน ศาลใช้ประกอบการพิจารณาว่าใครเป็นทายาทบ้าง หากจัดทำผิดหรือตกหล่นอาจทำให้เรื่องล่าช้า (ทนายความเป็นผู้จัดทำให้ พร้อมคำร้องต่อศาล)
เอกสารบางรายการอาจแตกต่างไปตามข้อเท็จจริงของแต่ละครอบครัว หากหาเอกสารบางอย่างไม่ได้ ไม่ควรรอจนครบทุกอย่าง ทนายความสามารถช่วยตรวจสอบว่าต้องดำเนินการอะไรต่อ
ข้อควรรู้ก่อนยื่นคำร้อง
- เรื่องมรดกมีอายุความ ทายาทควรดำเนินการโดยไม่ปล่อยไว้นาน ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งมีทางเลือกมาก
- ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น ต้องจัดทำบัญชีทรัพย์มรดก และแบ่งปันทรัพย์ให้ทายาทภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่เพียงผู้ถือเอกสาร
- หากมีทายาทคัดค้าน เรื่องจะกลายเป็นคดีพิพาทในศาล ต้องวางแนวทางให้รัดกุมตั้งแต่ต้น
จากประสบการณ์ทนาย
“หลายคนคิดว่าเมื่อศาลตั้งเป็นผู้จัดการมรดกแล้ว จะจัดการทรัพย์สินอย่างไรก็ได้ ซึ่งไม่ใช่เลย ผู้จัดการมรดกต้องจัดการเพื่อประโยชน์ของทายาททุกคน และต้องรับผิดหากทำผิดหน้าที่”
— ทนายความเตชธรรม ทองแดง
อ่านต่อ หน้าที่ของผู้จัดการมรดก: สิ่งที่ต้องทำหลังศาลมีคำสั่ง
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ตายไม่มีพินัยกรรม ต้องตั้งผู้จัดการมรดกไหม
ไม่มีพินัยกรรมก็ตั้งผู้จัดการมรดกได้ ทรัพย์สินจะแบ่งให้ทายาทโดยธรรมตามลำดับที่กฎหมายกำหนด และหน่วยงานต่างๆ มักต้องการคำสั่งศาลก่อนโอนทรัพย์
ทายาทบางคนไม่ยอมลงชื่อให้ความยินยอม ทำอย่างไร
ยังยื่นคำร้องได้ แต่หากทายาทคนนั้นยื่นคำคัดค้าน ศาลจะต้องไต่สวนทั้งสองฝ่าย ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินประเด็นก่อนยื่น
เจ้าหนี้ขอเป็นผู้จัดการมรดกของลูกหนี้ได้ไหม
ได้ในบางกรณี แม้ลูกหนี้ที่เสียชีวิตจะยังมีทายาทอยู่ หากทายาทไม่สามารถหรือไม่เต็มใจจัดการมรดก ไม่มีทายาทคนใดมีคุณสมบัติเป็นผู้จัดการมรดก และไม่มีทายาทคนใดร้องขอต่อศาล เจ้าหนี้ย่อมไม่อาจบังคับชำระหนี้จากกองมรดกได้จนกว่าจะมีผู้จัดการมรดก ศาลจึงถือว่าเจ้าหนี้เป็นผู้มีส่วนได้เสียที่มีสิทธิร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้ตามมาตรา 1713 ทั้งนี้ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
ใช้เวลานานแค่ไหน
ขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสาร คิวของศาลแต่ละแห่ง และการมีผู้คัดค้านหรือไม่ ทนายความจะประเมินระยะเวลาได้ชัดเจนขึ้นหลังเห็นเอกสาร
อยู่ต่างจังหวัด ดำเนินการได้ไหม
ได้ ทนายความดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจให้ได้ ผู้ร้องอาจต้องมาศาลในวันนัดไต่สวนเพื่อเบิกความ
ต้องการให้ทนายดูเอกสารและวางแนวทางให้
สำนักกฎหมายเนติภักดิ์ ให้คำปรึกษาเรื่องการขอตั้งผู้จัดการมรดกโดยทนายความโดยตรง รักษาความลับทุกขั้นตอน นัดหมายล่วงหน้า
ทักไลน์นัดปรึกษา · โทร 092-988-3505 · บริการด้านมรดก
ผู้เขียน: ทนายความเตชธรรม ทองแดง · เนติบัณฑิตไทย · สำนักกฎหมายเนติภักดิ์
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ ข้อเท็จจริงของแต่ละครอบครัวแตกต่างกัน ควรปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการ



