หน้าที่ของผู้จัดการมรดก สิ่งที่ต้องทำหลังศาลมีคำสั่ง โดยทนายความเตชธรรม ทองแดง สำนักกฎหมายเนติภักดิ์

หน้าที่ของผู้จัดการมรดก: สิ่งที่ต้องทำหลังศาลมีคำสั่ง

เมื่อศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว หลายคนเข้าใจว่างานจบแล้ว ความจริงคือหน้าที่เพิ่งเริ่มต้น ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ตามกฎหมายหลายประการ มีกรอบเวลาที่ต้องทำ และต้องรับผิดต่อทายาทหากจัดการผิดพลาด บทความนี้สรุปสิ่งที่ผู้จัดการมรดกต้องรู้ เพื่อจัดการทรัพย์มรดกได้ถูกต้องและไม่เกิดข้อพิพาทภายหลัง

หากยังไม่ได้ยื่นคำร้อง อ่านขั้นตอนก่อนได้ที่ ขอตั้งผู้จัดการมรดก: ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียม

ผู้จัดการมรดกมีอำนาจทำอะไรได้บ้าง

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1719 ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่ทำการอันจำเป็น เพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป และเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดก เช่น รวบรวมทรัพย์สินของผู้ตาย ติดต่อธนาคารหรือหน่วยงานที่ถือทรัพย์สิน ชำระหนี้ของกองมรดก และโอนทรัพย์ให้แก่ทายาท

อย่างไรก็ดี อำนาจนี้มีไว้เพื่อประโยชน์ของกองมรดกและทายาททุกคน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัวของผู้จัดการมรดก

หน้าที่สำคัญและกรอบเวลา

1. ทำบัญชีทรัพย์มรดก

ผู้จัดการมรดกต้องจัดให้มีการทำบัญชีทรัพย์มรดกภายใน 15 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งตั้ง (มาตรา 1728) และต้องทำให้เสร็จภายในหนึ่งเดือน ซึ่งขอให้ศาลขยายเวลาได้หากยื่นก่อนครบกำหนด บัญชีต้องทำต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดก (มาตรา 1729) บัญชีนี้แสดงว่ากองมรดกมีทรัพย์สินและหนี้สินอะไรบ้าง และเป็นหลักฐานป้องกันข้อสงสัยจากทายาทคนอื่น

หากไม่ทำบัญชีภายในกำหนดหรือไม่ถูกแบบ หรือบัญชีไม่เป็นที่พอใจของศาลเพราะประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ทุจริต หรือไม่มีความสามารถ ศาลอาจถอนผู้จัดการมรดกได้ (มาตรา 1731)

จากประสบการณ์ทนาย

“ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดหลังศาลตั้ง คือผู้จัดการมรดกไม่รู้ว่าต้องทำบัญชีทรัพย์มรดกภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด กว่าจะรู้ตัว ก็เลยกำหนดไปแล้ว”

— ทนายความเตชธรรม ทองแดง

2. รวบรวมทรัพย์สินและชำระหนี้

ติดต่อหน่วยงานที่ถือทรัพย์สินของผู้ตาย พร้อมคำสั่งศาลและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด ตรวจสอบว่ามีหนี้ที่กองมรดกต้องชำระหรือไม่ และชำระหนี้ก่อนแบ่งทรัพย์ให้ทายาท นอกจากนี้ยังต้องดูแลเรื่องภาษีเงินได้ของผู้ตาย และของกองมรดกในปีที่ยังแบ่งไม่เสร็จ

3. แบ่งปันทรัพย์มรดกให้ทายาท

ผู้จัดการมรดกต้องจัดการและแบ่งปันมรดกให้เสร็จ พร้อมทำรายงานการจัดการและแบ่งปันมรดก ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งตั้ง เว้นแต่เจ้ามรดก ทายาทโดยเสียงข้างมาก หรือศาลจะกำหนดเวลาไว้เป็นอย่างอื่น (มาตรา 1732) การแบ่งต้องเป็นไปตามพินัยกรรม หรือตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนดหากไม่มีพินัยกรรม

สิ่งที่ผู้จัดการมรดกห้ามทำ

  • ทำนิติกรรมที่ตนมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก เช่น ขายที่ดินของกองมรดกให้ตัวเอง เว้นแต่พินัยกรรมอนุญาตไว้หรือได้รับอนุญาตจากศาล (มาตรา 1722)
  • นำทรัพย์มรดกไปใช้ส่วนตัว หรือเก็บไว้โดยไม่แบ่งให้ทายาทตามสิทธิ
  • ปิดบังข้อมูลทรัพย์สิน จากทายาทคนอื่น

ผู้จัดการมรดกต้องรับผิดต่อทายาทโดยนำบทบัญญัติเรื่องตัวแทนมาใช้บังคับ (มาตรา 1720) หากจัดการผิดหน้าที่จนทายาทเสียหาย อาจถูกฟ้องให้รับผิด อาจมีความผิดอาญาฐานยักยอกทรัพย์ และผู้มีส่วนได้เสียอาจร้องขอให้ศาลถอนจากการเป็นผู้จัดการมรดกได้ ทั้งนี้ต้องร้องขอก่อนการแบ่งปันมรดกเสร็จสิ้น (มาตรา 1727)

ผู้จัดการมรดกได้ค่าตอบแทนไหม

ตามมาตรา 1721 ผู้จัดการมรดกไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จจากกองมรดก เว้นแต่พินัยกรรมกำหนดไว้ หรือทายาทเสียงข้างมากตกลงให้ ส่วนค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการจัดการมรดก เช่น ค่าธรรมเนียมโอน สามารถเบิกจากกองมรดกได้ โดยควรเก็บหลักฐานไว้ทุกรายการ

คำถามที่พบบ่อย

มีผู้จัดการมรดกหลายคน ตัดสินใจอย่างไร

ถ้ามีผู้จัดการมรดกหลายคน การกระทำต้องถือเอาเสียงข้างมาก เว้นแต่พินัยกรรมกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น หากเสียงเท่ากัน ผู้มีส่วนได้เสียร้องขอให้ศาลชี้ขาดได้ (มาตรา 1726) ในทางปฏิบัติ ธนาคารและสำนักงานที่ดินมักให้ผู้จัดการมรดกไปพร้อมกัน จึงควรตกลงแนวทางกันให้ชัดตั้งแต่ต้น

ทายาทคนอื่นไม่ยอมให้แบ่งตามที่ตกลง ทำอย่างไร

ควรปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการ เพราะการแบ่งผิดสัดส่วนหรือผิดขั้นตอนอาจทำให้ผู้จัดการมรดกต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว

ถ้าผู้จัดการมรดกไม่ยอมแบ่งทรัพย์ ทายาททำอะไรได้

ทายาทอาจร้องขอให้ศาลถอนผู้จัดการมรดก หรือฟ้องเรียกส่วนแบ่งได้ ทั้งนี้ คดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกต้องฟ้องภายในห้าปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง (มาตรา 1733) จึงไม่ควรปล่อยไว้นาน


ต้องการให้ทนายช่วยวางแผนการจัดการมรดก
สำนักกฎหมายเนติภักดิ์ ให้คำปรึกษาผู้จัดการมรดกและทายาทโดยทนายความโดยตรง ตั้งแต่ทำบัญชีทรัพย์มรดกจนถึงการแบ่งปันทรัพย์ รักษาความลับทุกขั้นตอน นัดหมายล่วงหน้า
ทักไลน์นัดปรึกษา · โทร 092-988-3505 · บริการด้านมรดก

ผู้เขียน: ทนายความเตชธรรม ทองแดง · เนติบัณฑิตไทย · สำนักกฎหมายเนติภักดิ์
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ ข้อเท็จจริงของแต่ละครอบครัวแตกต่างกัน ควรปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการ